วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2551

สัปดาห์ที่ 4

วันที่ 01/07/51-06/07/51
  1. ทำการจัดวางระบบร้านแรน inter net
  2. ทำการเปรี่ยนแผงหน้าปัดจอร์โน๊ตบุ๊ต
  3. ทำการเปรี่ยนแผงบอร์ดโน๊บุ๊ต
  4. ทำการ donwload ตามที่รุ้นที่ลูกค้าต้องการ
  5. ทำการ set ค่า modem adsl router
  6. ทำการติดตั้ง driver ปริ้นเตอร์และ reset ค่าหัวหมึกปริ้นเตอร์

สัปดาห์ที่ 3

วันที่ 24/06/51-29/06/51
  1. ทำการอัพเกรดเครื่อง PCด้วยการเพิ่ม RAM
  2. ทำการอัพเกรดเปร่ยนเครื่อง celeron เป็น core 2
  3. ทำการเปรี่ยนใส้ CD โน๊ตบุ๊ตที่ลูกค้าเสียมาแล้วเครื่อง ที่ ร้าน
  4. ทำการจัดวางระบบร้านแรน inter net
  5. ทำการจัดวางระบบร้านแรน inter net
  6. ทำการจัดวางระบบร้านแรน inter net

สัปดาห์ที่ 2

วันที่17/06/51-22/06/51
  1. เปรียนเมนบอดร์ PC เก่าที่เสียให้กับลูกค้า
  2. ลงโปรแกรมเครื่องโน๊ตบุ๊ตและ PC
  3. เปรี่ยนจอร์ LCD โน๊ตบุ๊ตที่แตกให้กับลูกค้า
  4. ทำการเปรี่ยนโครงโน๊ตบุ๊ตที่อันเก่าแตกและเสีย
  5. ทำการเปรี่ยนจอร์อันเก่าที่ใหม้
  6. ประกอบเครื่องPC ตามที่ลุกค้าสั่ง

สัปดาห์ที่ 1

วันที่10/06/51-15/06/51
  1. ลงโปรแกรม windows
  2. scan และจัดการฆ่า virus
  3. เปรี่ยน power ที่เสียให้กับลูกค้า
  4. เปรี่ยนฮาร์ดิสเก่าที่เสียให้กับลูกค้าและเครื่องที่เสียในร้าน
  5. ทำการตรวจเช็คเครื่อง Pc ที่ไม่จำวันและเวลาให้กับ เครื่อง ที่ร้านและลุกค้า
  6. ทำความสะอาดในเครื่อง PC และ โน๊ตบุ๊ต

วันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2551

การสร้างจดหมายเวียน

บทนำบางท่านอาจจะต้องมีหน้าที่ต้องเตรียมหนังสือเชิญประชุมถึงคนจำนวนมากอยู่บ่อย ๆ ท่านอาจจะบอกว่าไม่มีปัญหา ก็ใช้พิมพ์หนังสือเชิญประชุม ใน Microsoft Word ต้นฉบับ และคัดลอกตัวหนังสือเชิญเท่ากับจำนวนผู้ที่เราจะเชิญประชุม และพิมพ์ชื่อผู้ที่ต้องการเชิญประชุม ในแต่ละฉบับ ก็เรียบร้อยแล้ว หากมีการแก้ไข เช่น เปลี่ยนวันนัดหมายการประชุม เมื่อท่านเตรียมหนังสือเชิญประชุมถึงทุกคนเสร็จแล้ว ท่านจะต้องทำการแก้ไขทุกฉบับ ซึ่งบางครั้งอาจจะแก้ไขไม่ครบทุกฉบับ เมื่อส่งหนังสือเชิญประชุมไปแล้ว ผลกระทบที่ตามมาคือผู้เข้าร่วมประชุมมาประชุมคนละวันกันที่แย่ไปกว่านั้นคือการใช้ลายมือเขียนชื่อผู้ที่ต้องการเชิญประชุมซึ่งดูไม่สวยงามและไม่เป็นมืออาชีพการทำจดหมายเวียนด้วย Microsoft Wordโปรแกรม Microsoft Word มีเครื่องมือที่จะช่วยให้ท่านเตรียมเอกสารที่มีลักษณะเหมือนกัน ทำให้ช่วยประหยัดเวลาในการทำงานและทรัพยากรอันมีค่าของท่านอย่างคุ้มค่าที่สุด เครื่องมือดังกล่าวคือ Mail Merge หรือการสร้างจดหมายเวียน ในการทำจดหมายเวียนต้องการเอกสาร 2 ส่วนคือ
1.
เอกสารหลัก (main document) เป็นแฟ้มที่เก็บเนื้อความหลัก เช่น จดหมายเชิญประชุม สัญญาโครงการวิจัย เป็นต้น
2.
แหล่งข้อมูล (data source) เป็นแฟ้มข้อมูลที่เก็บข้อมูลที่แปรเปลี่ยนไปของเอกสารแต่ละฉบับ เช่น ผู้ที่ต้องการส่งจดหมายเชิญสำหรับจดหมายเชิญประชุมหรือ ชื่อผู้วิจัย, ที่อยู่ผู้วิจัย, ชื่อโครงการวิจัย, เงินอุดหนุนวิจัย เป็นต้น สำหรับสัญญาโครงการวิจัย แหล่งข้อมูลจะอยู่ในรูปของตารางข้อมูล ซึ่งอาจสร้างมาจาก MS word, Excel, หรือ ฐานข้อมูล อื่นๆ
การผนวกเอกสารหลักกับแหล่งข้อมูลเมื่อเตรียมเอกสารหลักและแหล่งข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้เปิดไฟล์ของเอกสารหลักไว้ แล้วเลือกเมนูTools -> Mail Merge ซึ่งมี 4 ขั้นตอน
1.
Main document เลือก Create -> Form Lettersแล้วเลือก Active window
2.
Data Source เลือก GetData -> Open Data Sourceแล้วเลือกไฟล์ที่เก็บแหล่งข้อมูล
3.
Merge the Data with Document เลือก Merge หาก Mail Merge ไม่พบ Merge field ก็จะให้เราเลือก Edit Document แล้วเลือก Insert field ตามตำแหน่งที่ต้องการในเอกสารหลัก เมื่อเลือกฟิลด์ที่ต้องการแล้วจะปรากฏเครื่องหมาย << >> กั้นแต่ละฟิลด์ผนวก
4.
กลับไปเลือก Tools -> Mail Merge อีกครั้งหนึ่ง แล้วเลือก 3 Merge ก็จะได้เอกสาร Form Letter จำนวนตามที่ต้องการ โดยสามารถ ผนวกเอกสารหลักกับแหล่งข้อมูลทั้งหมด หรือ เลือกเฉพาะข้อมูลได้ จาก Records to be merged

ประโยชน์ของการใช้ Mail Merge เมื่อเราใช้ Mail Merge ในการทำจดหมายเวียน ในการเก็บสำเนาของจดหมายเราก็เพียงแต่เก็บเอกสารหลัก และตารางแหล่งข้อมูลไว้อ้างอิงก็เพียงพอ ไม่ต้องสำเนาจดหมายทุกฉบับเก็บไว้ นอกจากนั้นแล้วไฟล์แหล่งข้อมูลเราอาจะใช้เก็บข้อมูลฟิลด์อื่น ๆ ที่ไม่ได้ใช้ในการ merge แต่ใช้ในงานอื่น เช่น เก็บหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ที่เราเชิญประชุม เพื่อการติดต่อ และยังสามารถดัดแปลงไฟล์แหล่งข้อมูลมาเป็นใบเซ็นชื่อของผู้เข้าร่วมประชุมได้สำนักคอมพิวเตอร์จะได้เตรียมแหล่งข้อมูลที่ใช้บ่อย ๆ ของมหาวิทยาลัย เช่น ตำแหน่งต่าง ๆ ของผู้บริหารมหาวิทยาลัยให้สำหรับผู้ใช้ โปรดติดตามต่อไปสรุปการสร้างจดหมายเวียนยังสามารถนำมาใช้ประยุกต์กับงานด้านต่างๆ ในสำนักงานได้อีกมากมาย เช่น การพิมพ์สัญญาโครงการวิจัยของฝ่ายวิจัย เป็นต้น

กฎหมาย IT

http://www.school.net.th/library/create-web/10000/generality/10000-5391.html

วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2551

หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ

โปรแกรมวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2548
โดยคณาจารย์ผู้จบการศึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศโดยตรง
ซึ่งมีหลักสูตรที่อยู่ในความดูแล คือหลักสูตร วท.บ.เทคโนโลยีสารสนเทศ
โดยเปิดสอนทั้งภาคปกติ และภาค กศ.พ.ช่วงปลายปี 2548
ทีมผู้ก่อตั้งได้ปรับปรุงหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศขึ้นมาใหม่โดยลดจำนวนหน่วยกิตลงมา
จาก 143 หน่วยกิต เหลือ 126 หน่วยกิต แต่มีเนื้อหาที่ทันสมัย
นอกจากนี้หลักสูตรปรับปรุงใหม่ยังแยกออกเป็น 4 สาขาย่อย คือ
1 เทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม
2 เทคโนโลยีซอฟต์แวร์
3 การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ
4 การพาณิชย์อีเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันห้องปฏิบัตการคอมพิวเตอร์
และเทคโนโลยีสารสนเทศมีจำนวนทั้งหมด 6 ห้อง
ประกอบด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
ทั้งกับผู้เรียนและผู้สอนอย่างครบครัน ทุกห้องสามารถเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อสืบค้น
และแลกเปลี่ยนข้อมูลได้โดยสะดวก
หลักสูตรที่เปิดสอน
1.หลักสูตรวิทยาศาตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
1.1 แขนงวิชาเทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม
1.2 แขนงวิชาเทคโนโลยีซอฟต์แวร์
1.3 แขนงวิชาการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ
1.4 แขนงวิชาการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
2. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
2.1 คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ภาคปกติ 4 ปี2.2 คอมพิวเตอร์ธุรกิจ 2 ปี หลังอนุปริญญา